สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานอมเปรี้ยวแสนน่ารัก

สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ขนมแสนหวานอมเปรี้ยวแสนน่ารัก

สตอรว์เบอร์รีชีสเค้ก จะให้นิยามความหวานแสนซนซ่อนเปรี้ยวของมันคงจะเหมือนสาวหวานแต่งตัวน่ารักที่มีนิสัยซุกซนชอบเกล้งขี้เล่น เพราะด้วยจากความหวานการทำน้ำเชื่อมและเนื้อสตรอว์เบอร์รีนิ่ม ที่กินคู่กับความเปรี้ยวของสตอรว์เบอร์รีสดมันเข้าได้กันมาก แถมมาพร้อมกับความหวานมันจากครีมชีส และความกรุบกรอบบิสกิตละเอียด ยิ่งเป็นขนมที่กินแล้วยิ่งสนุก เวลาที่กินด้วยกันพร้อมๆ กันความมันเปรี้ยวมันฟินมากเลย ยิ่งก็คู่กับเครื่องดื่มสุดน่ารักอย่าง สตอรว์เบอร์รีโซดา เพิ่มความหวานความน่ารักจนไปถึงเส้นเลือดใหญ่ หรืออยากแตกต่างกันสุดขั้วแนะนำเป็นกาแฟดำ ความขมของกาแฟจะช่วยชูรสชาติความหวานอมเปรี้ยว ให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว ก็กลายเป็นผู้หญิงแสนคูล์ที่มีความหวาน หากอยากลองไปกินเค้กแสนอร่อยต้องแนะนำร้านพวกนี้เลย MASARU SHABU & SUSHI BUFFET คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ / โรสท์ เอ็มควอเทียร์ / WHITE DAY PATISSERIE CENTRAL LADPRAO / อะมอร์ เซ็นทรัลพระราม 9 และ ซีเครท การ์เด้น สาทร แต่ละร้านสนใจใช่ไหม แต่ถ้ารู้สึกว่าช่วงนี้ไม่เหมาะออกจากบ้านลองทำเองไหม เราว่าเธอทำได้นะ

มาทำสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก แสนอร่อยกัน

วัตถุดิบส่วมผสมของเค้ก

1. บิสกิต 100 กรัม

2. เนยสด 50 กรัม

3. ครีมชีส 250 กรัม 

4. น้ำตาลทราย 45 กรัม 

5. สตรอว์เบอร์รี่เพียวเร่ 80 กรัม 

6. น้ำเลม่อน 1 ช้อนชา 

7. วิปปิ้งครีม 120 กรัม 

8. เจลาติน 6 กรัม 

9. น้ำเปล่า 25 กรัม 

10. วิปปิ้งครีม 150 กรัม 

11. น้ำตาลทราย 10 กรัม 

12. กลิ่นวานิลลา ½ ช้อนชา 

มาเริ่มทำกันเลยดีกว่า

1. นำบิสกิตใส่ลงไปในถุง ใช้ไม้ทุบให้ละเอียด ตามด้วยเนยสดรสเค็มที่ละลายแล้วลงไป ขยำให้เข้ากัน

2. เตรียมพิมขนาดวงกลม รองด้วยกระดาษไขที่ทาด้วยเนยให้เรียบร้อย เทแครกเกอร์ลงไป อัดให้แน่นด้วยการใช้ก้นแก้ว นำไปแช่ช่องแข็งให้เซตตัว

3. บลูมเจลาติน โดยการเทน้ำเย็นลงไปในชามผสม ตามด้วยเจลาตินผง พักไว้ประมาณ 7-8 นาที

4. จากนั้นมาตีครีมชีสอุณหภูมิห้อง ใช้ตะกร้อไฟฟ้าตีให้อ่อนตัวลง เติมน้ำตาลทรายลงไป ตีให้เข้ากันอีกครั้ง เติมน้ำเลมอน และสตรอว์เบอร์รี่เพียวเร่ลงไป ตีอีกครั้งให้เข้ากัน

5. กลับมาละลายเจลาตินอีกครั้ง โดยการตั้งน้ำในกระทะ รองด้วยผ้า แล้วนำเจลาตินในถ้วยลงไปละลาย 

6. ตีครีมชีสไประหว่างที่เทเจลาตินลงไป คนผสมให้เข้ากัน ตามด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รี่หั่นเต๋าตามชอบ ตะล่อมให้เข้ากัน พักไว้

7. ตีวิปปิ้งครีม ให้มีเนื้อคล้ายโยเกิร์ต ไม่แข็งมาก ตักมาผสมกับส่วนของสตรอว์เบอร์รี่ ตะล่อมให้เข้ากัน

8. เทลงไปในถาดแครกเกอร์ที่เซตตัวแล้ว เกลี่ยให้เรียบ นำไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัว

9. นำวิ้งปิ้งครีม ตามด้วยน้ำตาล กลิ่นวานิลลา ตีให้ขึ้นฟูเป็นเนื้อโยเกิร์ต จากนั้นนำไปปาดลงด้านบนสุดของเค้กที่เตรียมไว้ ตกแต่งด้านบนด้วยสตรอว์เบอร์รี่ตามชอบ เป็นอันเสร็จเป็น สตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก (ควรแช่ตู้เย็นก่อนกิน)

เป็นไงบ้างสำหรับสูตรชีสเค้กอร่อยมาก สูตรนี้สูตรชีสเค้ก ไม่อบ ทำง่ายใช่ไหมเหมาะกับสาววัยใสที่กำลังมองหาเมนูขนมน่ารักๆ เตรียมไว้ทำให้คนรัก เสิร์ฟแบบเก๋ๆ อีกหนึ่งเมนูขนมสุดอร่อยจากสตรอว์เบอร์รี ก่อนจะไปเรามีเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยจากชีสเค้กด้วยนะ

รู้หรือไม่? ชีสเค้กมาจากขนมกรีกโบราณ

เริ่มต้นมาจากศิลปะโบราณของการทำชีสให้เป็นเค้กของชาวกรีก ชาวกรีกโบราณอยู่ได้ด้วยอาหารมื้อประหยัดที่ทำจากข้าว สาลี น้ำมันมะกอก และไวน์ ดังนั้นจึงเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมพวกเขาถึงคลั่งชีสนักหนา ชาวกรีกให้ชีสกับลูกหลานเหมือนเป็นของกินพิเศษ “ชีสน้อย” เป็นคำพิเศษแสดงความรักใคร่ ชีสชนิดแรกสุดของชาวกรีกคือชีสนมแกะเรียบง่ายซึ่งเก็บไว้ในน้ำเกลือเพื่อ ถนอมไม่ให้ความร้อนรุนแรงในฤดูร้อนทำให้อาหารเสีย จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 ก็ตาม รสชาติจืดทำให้มันเป็นชีสที่อเนกประสงค์อย่างยิ่ง ใส่อาหารคาวหรือหวานก็อร่อยทั้งนั้น ใช้ทำชีสเค้กได้ด้วย เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ชาวกรีกทำชีสเค้กไว้กินในโอกาสพิเศษ 

เป็นไงบ้างเห็นถึงความพิเศษของสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก ว่ามันเหมาะจริงๆที่จะทำให้คนพิเศษของเรา ยิ่งเป็นสูตรนี้สูตรชีสเค้กอร่อยมาก แบบชีสเค้ก ไม่อบ ยิ่งทำให้ความวิเศษมันมากขึ้นไปอีกแล้วอย่าลืมไปลองทำนะ