หอมหวาน กรอบ อร่อย ไปกับคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ

หอมหวาน กรอบ อร่อย ไปกับคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ

ไหนใครชอบคุกกี้ยกมือขึ้น!! สำหรับวันนี้ก็ขอแนะนำคนที่รักความเป็นคุกกี้กันหน่อยกับคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ ขนมคุกกี้ที่มีความหอมหวานจากช็อกโกแลตชิพ และกรอบจากตัวคุกกี้เคี้ยวแล้วเพลินสนุกสามารถทำได้ง่ายที่บ้านได้ด้วยตัวเอง เพราะว่าวิธีการทำของคุกกี้นั้นไม่ยากเลยแถมส่วนผสมต่างๆก็สามารถหาได้ตามร้านเบเกอรี่ทั่วไป เมื่อทำออกมาแล้วก็จะได้รับความหอมน่ากินในแบบฉบับฝีมือของคุณเอง นอกจากที่คุณจะทำไว้รับประทานเองได้แล้วยังเหมาะกับการทำเป็นของขวัญ หรือเป็นของพิเศษแทนใจในวันเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะให้เพื่อน แฟน คนรัก หรือญาติผู้ใหญ่ก็สามารถให้ได้ และคุณยังสามารถทำมันเป็นอาชีพเสริมได้ง่ายๆ เลยด้วย ก่อนที่เราจะไปดูสูตรการทำก็อยากจะให้ทุกคนมารู้จักกับตัวช็อกโกแลตชิพและตัวคุกกี้กันก่อนเลย

กว่าจะมาเป็นคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ

ก่อนที่เราจะไปดูในส่วนของตัวคุกกี้ช็อคโกแลตชิพ เราอยากให้เพื่อนๆได้รู้จักกับพระเอกสุดหล่อของตัวคุกกี้กันก่อน นั่นก็คือ ช็อคโกแลตชิพ (Chocolate Chips) ส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้เลย ถ้าขาดไปจะเรียก คุกกี้ช็อคชิพ ได้ยังไงหละเนอะ ซึ่งช็อคโกแลตชิพเกิดจาก Ruth Graves Wakefield ที่มีฝีมือในด้านการทำอาหารและขนมอย่างมาก และเธอกได้มีชื่อเสียงเลื่องลืจนหนาหูจึงดูดให้ผู้คนที่อยากลิ้มลองอาหารและขนมของเธอไดแวะเวียนมาที่โรงแรมเล็กๆที่เธอและสามีเป็นเจ้าของอยู่ ขมนที่ขึ้นชื่อของเธอก็คือ คุกกี้แซนวิชที่มี Butter Drop Do Cookies ประกบกันและมีไอศครีมอยู่ตรงกลาง แต่วันหนึ่งขณะที่เธอผสมคุกกี้อยู่เธอต้องเจอกับปัญหาที่ถั่วที่ใช้ผสมเป็นประจำนั้นหมดจึงทำให้เธอต้องใช้ช็อคโกแลตบาร์มาสับเป็นชิ้นเล็ดๆแล้วใส่ลงไปแทน แต่ช็อคโกแลตนั้นไม่ละลายแต่คงรูปเดิมไว้ทำให้ได้คุกกี้ที่มีรสสัมผัสใหม่จนจักเป็นคุกกี้ช็อกโกแลตชิพ นับว่าเป็นการทำขนมในครั้งนี้มีของขึ้นชื่อทั้งสองอย่างเลย เหลือเชื่อมากๆเลยว่ามั้ย เราก็รู้คร่าวๆกันไปบ้างแล้วสำหรับประวัติของคุกกี้ต่อไปเรามาลองฝีมือเรากันหน่อยสิว่าทำออกมาแล้วจะอร่อยขนาดไหน

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

1. เนย 125 กรัม

2. น้ำตาลทรายแดง 75 กรัม

3. น้ำตาลทราย 85 กรัม

4. ไข่ไก่ 1 ฟอง

5. เบกกิ้งโซดา ½ ช้อชา

6. แป้งสาลี 150 กรัม

7. เกลือ ½ ช้อนชา

8. ถั่ววอลนัทสับ ½ ช้อนชา

9. วานิลลา 1 ช้อนชา

10. ช็อคโกแลตชิพ 170 กรัม (จะขาดพระเอกไม่ได้นะ)

มาเริ่มขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนที่ 1 : นำส่วนผสม แป้งสาลี เบกกิ้งโซดา และเกลือ มาร่อนด้วยกันแล้วพักไว้ก่อน

ขั้นตอนที่ 2 : นำเนยที่เราเตรียมไว้มาตีในเครื่องด้วยหัวตีแบบใบไม้ เมื่อตีจนนุ่มแล้ว ก็ใส่น้ำตาลทายและน้ำตาลทรายแดงลงไปตีให้เข้ากัน จากนั้นค่อยใส่ไข่และวานิลลาลงไปพอตีจนเข้ากันก็ใส่แป้งสาลี เบกกิ้งโซดา และเกลือ ที่พักไว้ลงไป แล้วค่อยลดความเร็วลง

ขั้นตอนที่ 3 : หลังตีจนเข้ากันหมดแล้ว ก็จึงใส่ ช็อกโกแลตชิพ และวอลนัทลงไปแล้วผสมให้เข้ากัน

ขั้นตอนที่ 4 : ตักคุกกี้ด้วยถ้วย หรือ ใครมีสคูปก็ใช้ได้นะ วางในถาดที่รองด้วยกระดาษไข เสร็จแล้วก็นำไปแช่ตู้เย็นสัก 30 นาที

ขั้นตอนที่ 5 : พอแช่ครบแล้วก็นำแป้งคุกกี้ไปอบด้วยอุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 – 18 นาที 

เสร็จแล้วก็เสิร์ฟได้เลยจ้า ลองชิมกันได้เลยว่าตรงใจกับทุกๆคนหรือเปล่า หากยังไม่ตรงใจเพื่อนๆสามารถปรับหาสูตรใหม่ได้นะใครที่จะลดน้ำหนักแต่อยากกินของหวานก็ลองเปลี่ยนเป็นช็อคโกแลตชิพแบบดาร์กหน่อยก็ให้แคลน้อยนะ หรือจะทำเป็นคุกกี้ช็อคชิพลาวา ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยหละ ยังไงเพื่อนๆก็ลองนำสูตรนี้ไปลองทำกันดูนะ

เด็ดๆ เคล็บ(ไม่)ลับ สำหรับคุ้กกี้

สำหรับใครที่ทำ คุกกี้ช็อคโกแลตชิพออกมาแล้วไม่สำหรับเท่าที่ควรลองมาดูเคล็ด(ไม่)ลับที่เรานำมาฝากกันวันนี้มันจะทำให้คุณทำคุ้กกี้ช็อกชิพได้อย่างเป็นมืออาชีพมาขึ้น

เคล็ด(ไม่)ลับ 1 : เช็คเนยก่อนใช้ด้วยการใช้นิ้วกดดู หากเกิดรอยบุ๋มไม่เยอะถือว่าใช้ได้ แต่ถ้ารอยบุ๋มเยอะไปแสดงว่าอ่อนไปมันจะทำให้คุกกี้เลี่ยนเกินไป

เคล็ด(ไม่)ลับ 2 : หากคุณต้องการให้คุกกี้กรอบขึ้นให้ใส่น้ำตลายทรายขาวมากขึ้น แต่ถ้าอยากให้มันนุ่มต้องใช้น้ำตาลทรายแดงมากขึ้น

เคล็ด(ไม่)ลับ 3 : ไข่ที่นำมาใช้ควรเป็นไข่อุณหภูมิห้อง เพราะมัจะทำให้เนื้อคุกกี้สุกได้อย่างทั่วถึงกัน

เคล็ด(ไม่)ลับ 4 : อันนี้เป็นเคล็ดลับตั่งแต่ Ruth Wakefield คนคิดขนมคุกกี้นี้ขึ้นมา คือนางจะเอาตัวโดคุกกี้ไปแช่ตู้เย็นก่อน เพราะความเย็นจะช่วยให้คุกกี้มีราชาติที่หอมหวานมากขึ้น แถมยังได้รูปทรงที่สวยกว่า

เป็นยังไงบ้างครับสำหรับเคล็ด(ไม่)ลับที่นำมาฝาก รับรองเลยว่าหากคุณได้มีการปรับเปลี่ยนจะทำให้คุณทำออกมาได้ดียิ่งขึ้น ทำกินก็ได้ทำขายก็ดีและ เพิ่มมูลค่าด้วยการทำเป็นคุกกี้ช็อคชิพลาวาก็ได้นะ